Search for Air Tickets
Leaving From
Going To
Search By Airline
Holiday Package Details
Grand Tunisia
Country:
Tunisia
Duration:
8 Day(s) - 6 Night(s)
Tour Category:
Holiday Tours
Price Per Person

THB 59,900
 
Package Itinerary

 

 

แกรนด์ตูนิเซีย 8 วัน

 

ตูนิส-คาร์เธจ-ซิดิ บูร์ ไซด์-ไครูวาน-สบีทลา-โทเซอร์
 
แมทมาธาร์-แอล เจม-ซูส-แฮมมาเมต
 

 

ตูนิเซีย สัมผัสอารยะธรรมคาร์เธจโบราณ ประเทศตูนิเซีย ประเทศอาหรับมุสลิมที่ตั้งอยู่ในแอฟริกาเหนือ ที่มีทรัพยากรการท่องเที่ยวคุณภาพ ซึ่งมีทั้งชายหาด ทะเลทราย อีกทั้งเมืองเก่าในยุคโรมัน ถือได้ว่ายังสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกของโลก ร่วมสัมผัสกับเมืองน้อยสุดแสนคลาสสิกและโรแมนติก ไปพร้อมๆกันกับเรา....
 
 
วันแรก กรุงเทพฯ-โดฮา 
23.30 น.
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 แถว Q เคาน์เตอร์สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ ประตูทางเข้าที่ 9-10 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับในการตรวจเอกสารและสัมภาระในการเดินทางให้กับท่าน
 
หมายเหตุ รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม,บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทย งดออกเอกสารเข้าเมืองให้กับชาวต่างชาติ หรือ คนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทยและบริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทางในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 20 ท่าน
02.40 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงโดฮา” โดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR-837  
 วันที่สอง โดฮา-ตูนิส-คาร์เธจ
05.30 น. เดินทางมาถึงสนามบินกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง)   
09.00 น เดินทางต่อไปยังตูนิส โดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR-1399  
13.15 น.
เดินทางมาถึงสนามบินคาร์เธจ อินเตอร์เนชั่นแนล เมืองตูนิส ประเทศตูนิเซีย ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง)

  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเมืองคาร์เธจ (CARTHAGE) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เมืองซึ่งเคยเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในอดีต เป็นเมืองใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดเมืองหนึ่งในยุคโรมัน กระทั่งสงครามพิวนิกทำให้คาร์เธจเริ่มเสื่อมถอยจนกระทั่งพ่ายแพ้ต่อฮันนิบาล และถึงแก่กาลสลายไปเมื่อถูกพวกอาหรับยึดครองในปี ค.ศ.695 เมืองคาร์เธจได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ในปี ค.ศ. 1979 และได้มีการระดมนักโบราณคดีจากหลายชาติมาช่วยบูรณะเมือง ครอบคลุมพื้นที่เมืองพิวนิกและเมืองโรมันโบราณ นำท่านชม โรงอาบน้ำโรมันแอนโทนิน (Antonine Thermal Bath) ซึ่งจัดได้ว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในอาณาจักรโรมันซึ่งมีความยาวประมาณ 47 เมตรและความสูงประมาณ 15 เมตร  จากนั้นนำท่านชม เมืองซิดิ บูร์ ไซด์ (Sidi Bou Said) เมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขาติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมืองซิดิบูร์ไซด์แห่งนี้ได้รับสมญานามว่าเป็น เมืองที่โรแมนติกที่สุดในประเทศตูนีเซีย เพราะไม่เพียงแต่ทำเลที่ตั้งติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน สิ่งปลูกสร้างยังได้รับอิทธิพลและอารยธรรมแบบแขกมัวร์ เช่นบ้านหรือรีสอร์ทริมทะเล จะทาตัวบ้านด้วยสีขาวตัดกับประตูและหน้าต่างสีฟ้า ชวนน่าพักผ่อน เมืองสีขาวประตูสีฟ้า เมืองแห่งแกลเลอรี่ ศูนย์รวมงานศิลปะของศิลปินชื่อดังในอดีต เมืองซิดิ บูร์ ไซด์ (Sidi Bou Said) เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญด้วยความงามของ เมื่อ 80 ปีที่แล้ว กลุ่มศิลปินอาวองต์ การด์ ของ ฝรั่งเศสอย่าง ชิโมน เดอ โบวร์, อังเดร กีด, ชอง ปอล ซาตร์ และจิตรกรชาวสวิสคนสำคัญ พอล คลี ได้เดินทางมาเยือนที่นี่
พักที่ HOTEL EL MOURADI หรือเทียบเท่า 5 ดาว TUNIS
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม และพักผ่อนตามอัธยาศัย
 
วันที่สาม ตูนิส-ไครูวาน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม บุฟเฟต์
 
นำท่านชมพิพิธภัณฑ์บาร์โด (Bardo Museum) สถานที่ซึ่งรวบรวมร่องรอยในอดีตทั้งหมดของตูนีเซีย ซึ่งเคยเป็นพระราชวังเก่าของเจ้าผู้ครองตูนิสในยุคฮุสเซ็น (ศตวรรษที่ 18-19) ซึ่งเก็บประวัติศาสตร์อารยธรรมโลกไว้ต้งแต่หน้าแรก โดยเน้นที่ยุคโรมัน รุ่งเรืองต้นคริสกาล ผ่านยุคคริสเตียนแห่งไบแซนไทน์ ต่อเนื่องถึงยุคอิสลามในราวศตวรรษที่ 13 เป็นต้นมา สิ่งที่น่าสนใจเห็นจะเป็นโมเสกประดับพื้นประดับผนังที่จำลองมาจากบ้านคหบดีเก่าซึ่งขุดค้นมาได้จากทั่วประเทศ มีความงามอลังการถูกชื่นชมว่าสวยงามกว่า พิพิธภัณฑ์ซึ่งแสดงศิลปวัฒนธรรมของโรมันไหนๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายปักดิ้นเงินทองแบบอาหรับและเครื่องเงินซึ่งสวยงามมาก พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น พิฑิธภัณฑ์ที่แสดงโมเสกที่ดีที่สุด สมบูรณ์ที่สุด และสวยงามที่สุดในโลก
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  ESSARAYA
 
ชมเมืองเก่าตูนิส (Medina of Tunis) ชมภาพย้อนกาลเวลา สู่เขตซึ่งผู้คนยังสวมชุดยาวกรอมเท้าใส่หมวกทรงกลมสีแดงเข้ม นั่งดูดมอระกู่ จิบชาสะระแหน่หรือกาแฟข้นเลื่องชื่อ ผู้คนเจรจาซื้อขาย สินค้าเฉกเดียวกับที่บรรพบุรุษชาวอาหรับเคยทำมานับร้อยปี ไม่ว่าจะเป็นพรมทอมือ เครื่อง ทองเหลือง เครื่องหนัง เสื้อผ้า จนถึงน้ำหอมและเครื่องเทศกลิ่นฉุนในเมดิน่า เสมือนกับท่านเดินย้อนสู่กาลเวลา เพลิดเพลินเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย  นำท่าน ได้เวลาสมควรออกเดินทางสู่เมืองไครูวาน (KAIROUAN) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ช.ม.)
พักที่ HOTEL LA KASBAH หรือเทียบเท่า 5 ดาว KAIROUAN
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม และพักผ่อนตามอัธยาศัย  
วันที่สี่ ไครูวาน-สบีทลา-โทเซอร์
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม บุฟเฟต์
 
นำท่านชม เมืองไครูวาน เคยเป็นเมืองหลวงของมุสลิมมาตั้งแต่ ศตวรรษที่ 7 เพราะตั้งอยู่บนเส้นทางคาราวานที่สำคัญ กระทั่งยุคช่วงศตวรรษที่ 13 จึงย้ายเมืองหลวงไปที่ตูนิส และปัจจุบันเมืองเก่าไครูอาน ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก และเป็นศูนย์กลางการค้างานฝีมือทอพรมขนสัตว์ที่สำคัญ นอกจากนี้เมืองนี้ได้รับสมญานามว่า CITY OF 50 MOSQUE”เมืองนี้จัดได้ว่าเป็นเมืองสำคัญทางศาสนาในแถบแอฟริกาเหนือ และมีความสำคัญเป็นอันดับ 5 รองจากเมกกะ, เมดินา, เยรูซาเลม และ คูฟาจากนั้นชมอ่างเก็บน้ำ AGHLABITE ซึ่งสร้างโดยผู้นำชาว Aghlabite ในยุคกลาง ซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญด้านวิศวกรรมไฮโดรลิค ในยุคกลาง จากนั้นชม สุเหร่าใหญ่ (Great Mosque) หรือที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งว่า “สุเหร่าซิดี อักบาร์” (Mosque of Sidi Okba) ตั้งชื่อตามผู้สร้างคือ AKBAR IBN NAFFI สุเหร่าแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 671 พร้อมกับการสร้างเมืองใหม่ในเวลานั้น โดยใช้หินจากวิหารของโรมันและโบสถ์  ไบเซนไทน์ในสมัยก่อน ทำให้สุเหร่ามีสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานทั้งโรมัน ฟินิกซ์ และ อารบิก สุหร่าแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นสุเหร่าที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปแอฟริกาเหนือ เป็นสุเหร่าที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอิสลาม ลานกว้างกลางสุเหร่านั้นใหญ่โตเกือบเท่าขนาดสนามฟุตบอล และทำห้องเก็บน้ำไว้ข้างใต้โดยภูมิปัญญาคนโบราณที่ล้ำลึก ในส่วนโถงสวดมีขนาดใหญ่มาก และหอคอยของสุเหร่ายังคงตั้งตระหง่านมากว่าหนึ่งพันสามร้อยปี เป็นต้นแบบของหอคอยสุเหร่าหรือมินาเรตในยุคต่อมา จากนั้นนำท่านชมสุเหร่า ซิดี ซาฮาบ หรือ สุเหร่าเบอร์เบอร์ (Mosque of The Berber) อันเป็นที่ฝังศพของ อาบู ซัมมา เอล บาลาวี ABOU XAMMAA EL BALAOUI ผู้ติดตาม นบีโมฮัมหมัด ศาสดาของศาสนาอิสลาม ซึ่งถูกสังหารในสงครามนอกเมืองไครูอาน และเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่เก็บเส้นเครา 3 เส้นของพระนบีโมฮัมหมัด ซึ่ง อาบู ซัมมา เอล บาลาวี เก็บติดตัวไว้ตลอดเวลาเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ จึงถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในการจารึกแสวงบุญของชาวมุสลิม จากนั้นออกเดินทางสู่เมืองสบีทลา (SBEITLA) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ช.ม.
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ HOTEL SUFFEITULA บุฟเฟต์
 
นำท่านชมเมืองโรมันโบราณซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบนอกเขตเมืองใหม่ (Archaeological Park) เมืองโรมันโบราณอีกแห่งของตูนิเซีย เดิมเคยเป็นศูนย์กลางของชาวคริสเตียนในสมัยไบแซนไทน์ หลังจากนั้นอาณาจักรก็ล่มสลายลงจากการบุกรุกของชาวอาหรับ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโทเซอร์ (TOZEUR) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ช.ม.) เมืองโทเซอร์เป็นเมืองโอเอซิสซึ่งมีต้นปาล์มให้ร่มเงาและมีอินทผาลัมที่ดีที่สุดในตูนีเซีย ในอดีตเมืองโทเซอร์จัดได้ว่าเป็นเมืองโอเอซิสขนาดใหญ่ในทะเลทรายซาฮาร่า เป็นเมืองที่พักของเหล่ากองคาราวานที่ต้องการค้าขายสินค้ากับพ่อค้าแนวชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในแถบแอฟริกาเหนือ ดังนั้นโทเซอร์จึงถือเป็นจุดเชื่อมการค้าขายของพ่อค้าทะเลทราย จากนั้นนำชมพิพิธภัณฑ์ DAR CHERAIT ที่จัดแสดงถึงศิลปะ วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ของชาวตูนิสในอดีต
พักที่ HOTEL RAS EL AIN หรือเทียบเท่า 5 ดาว TOZEUR
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม และพักผ่อนตามอัธยาศัย  
วันที่ห้า โทเซอร์-ดูซ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม บุฟเฟต์
 
จากนั้นนำท่านเดินทางโดยรถจิ๊บ (4WD) เพื่อชมโอเอซิสที่มีชื่อเสียงของเมืองโทเซอร์ ซึ่งได้แก่ เชบิก้า (Chebika), ทาเมอร์ซ่า(Tamerza), และ ไมดาส (Midas) โอเอซิสทั้งสามแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สวยงามมาก ในยุคโรมันยังได้เคยใช้เป็นที่ตั้งของกองทัพอีกด้วย เชบิก้า เป็นโอเอซีสที่มีความงดงามของต้นอินทผาลัม ลำธาร และน้ำตก นำท่านเดินชมความงดงามของธรรมชาติ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่ใช่พื้นราบ ท่านควรจะสวมใส่รองเท้าที่สวมใส่สบาย และพื้นไม่ลื่น (สุภาพสตรีไม่ควรสวมรองเท้าส้นสูง) จากนั้นเดินทางต่อสู่ ทาเมอร์ซ่า ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความงดงามอย่างยิ่ง อดีตประธานาธิบดีของฝรั่งเศส FRANCOIS MITTERRAND ได้หลงใหลบรรยากาศของโอเอซีสแห่งนี้ และได้เคยพักค้างคืนที่นี่ด้วย จากนั้นเดินทางต่อสู่ ไมดาส เป็นโอเอซิสที่ตั้งอยู่บนที่สูง มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงและลำธาร
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ HOTEL RAS EL AIN บุฟเฟต์
 
นำท่านเดินทางสู่เมืองดูซ (DOUZ) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ช.ม.) เมืองดูซ ซึ่งได้สมญานามว่าเป็น “ประตูสู่ทะเลทรายซาฮารา” ซึ่งเป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ระหว่างเดินทางท่านจะได้สัมผัสทัศนียภาพ ทะเลเกลือ (Chollel Jerid Salt Lake) ซึ่งเป็นทะเลเกลือ ที่อยู่ในทะเลทราย จากนั้นนำท่านขี่อูฐชมส่วนหนึ่งของทะเลทรายซาฮาร่าที่เมืองดูซ ให้ท่านได้ถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึก (ค่าขี่อูฐ ไม่รวมอยู่ในราคาทัวร์ 15 USD/ท่าน หากท่านใดมีความสนใจ สามารถสอบถามได้จากหัวหน้าทัวร์)  
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม และพักผ่อนตามอัธยาศัย  
พักที่ HOTEL SUN PALM หรือเทียบเท่า 5 ดาว DOUZ
วันที่หก ดูซ-แมทมาธาร์-แอล เจม-ซูส-แฮมมาเมต
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม บุฟเฟต์
 
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองแมทมาธาร์ (MATMATA) The star of Tunisia’s south) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) 
 
  นำท่านชม บ้านหลุม (Troglodyte Houses) ซึ่งเมืองนี้มีชื่อเสียงในเรื่องผู้คนสร้างบ้านลงไปใต้ดิน จากนั้นแวะถ่ายรูปที่ โรงแรม SIDI DRISS สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ STAR WAR ภาค 1 ได้เวลาสมควรออกเดินทางสู่เมืองสแฟซ์ (SFAX) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ช.ม.)  
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ HOTEL LES OLIVER’S PALACE บุฟเฟต์
  นำท่านเดินทางไปยัง เมืองแอล เจม (EL JEM) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ช.ม.) เมืองโบราณของกษัตริย์ THYSRUS สร้างประมาณ ค.ศ.117-138 สมัยอาณาจักรโรมัน เนื่องด้วยการพัฒนาระบบเกษตรกรรมของ กษัตริย์ THYSRUS ในการปลูกต้นมะกอกและผลิตน้ำมัน ส่งออกค้าขายกับกรุงโรม มีผลทำให้อาณาจักรเรืองอำนาจอย่างรวดเร็วและสูงสุดในศตวรรษที่ 3 แต่จากนั้นปัญหาการเมืองภายในทำให้อาณาจักร แอล เจม เริ่มเสื่อมอำนาจลงอย่างรวดเร็ว และสูญสิ้นไปในที่สุด ปัจจุบันอาณาจักรแอล เจม ยังคงทิ้งความโรจน์รุ่งให้คนรุ่นหลังได้ชม คือ โคลอสเซี่ยม หรือ โรงละครโรมัน (AMPHITHEATRE OF EL JEM) ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1979 โรงละครแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 230 โดยกษัตริย์ GORDIEN I เป็นโคลอสเซี่ยมที่มีขนาดใหญ่เป็น อันดับ 3 ในอาณาจักรโรมัน และถือเป็นโคลอสเซี่ยมที่มีชื่อเสียงและสำคัญที่สุดในแอฟริกา โคลอสเซี่ยมแห่งนี้ถูกสร้างเป็นโรงละครเพื่อชมการแสดงการต่อสู้ระหว่างคนและสัตว์ เพื่อความเพลิดเพลินสำหรับขุนนางและมหากษัตริย์ ภายหลังสมัยของกษัตริย์ MOHAMMED BEY สถานแห่ง นี้ถูกใช้เป็นที่กำบังสำหรับการก่อการจราจล จึงทำให้บางส่วนถูกระเบิดไปบ้าง โรงละครแห่งนี้สามารจุผู้ชมได้ 30,000 คน ถือได้ว่าเป็นโรงละครที่สมบูรณ์ที่สุดในแถบแอฟริกาเหนือและใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก นับเป็นสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นของโรมันในทวีปแอฟริกาและได้รับการบูรณะและดูแลดีที่สุดของโลก นำท่านเข้าชมโรงละครแอมฟิเธียร์เตอร์ ให้ท่านได้ลองทดสอบระบบเสียงภายในโรงละคร จากนั้นนำท่านชมโรงละครเล็กอีก 2 โรงในบริเวณใกล้กัน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองซูส (SOUSSE) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ช.ม.) ได้รับสมญานามว่า “อัญมณีแห่งซาเอล” เนื่องจากเป็นเมืองร่ำรวยและอุดมสมบูรณ์ด้วยไร่มะกอกที่เขียวขจี อิทธิพลโรมันยังคงปรากฏให้เห็นกับซากปรักหักพัง เช่นเดียวกับป้อมปราการและสุเหร่าแบบอาหรับที่ใหญ่โตงดงามเมืองซูส เป็นเมืองใหญ่อันดับสามของตูนีเซียและเก่าแก่มาตั้งแต่ ยุคฟินิ ให้ท่านเดินชมป้อมปราการเมืองซูส (ภายนอก) และตลาดขายของพื้นเมืองบริเวณป้อมปราการ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองแฮมมาเมต (HAMMAMET) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ช.ม.) เมืองชายทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยนที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีชายหาดสวยที่สุด จากนั้นนำท่านชมเขตเมืองใหม่ ยัสมินแฮมมาเมต (Yasmine Hammamet) อยู่ทางใต้ลงไปจากเมืองเก่าราว 10 กิโลเมตรเป็นเขตที่มีโรงแรมใหญ่และทันสมัย สถานที่แสดงศิลปวัฒนธรรมอันหลากหลายของตูนีเซีย ทั้งระบำรำฟ้อนของพวกเบอร์เบอร์ และกระโจมของเบดูอินเร่ร่อนที่ใช้เรื่องราวจากยุคโรมันและฮันนิบาลมาสร้างเป็นธีมปาร์ค

พักที่ HOTEL MEHARI HAMMAMET หรือเทียบเท่า 5 ดาว HAMMAMET
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม และพักผ่อนตามอัธยาศัย  
วันที่เจ็ด แฮมมาเมต-ตูนิส
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม บุฟเฟต์
 
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ชายหาดเมืองฮามาเมท ชมป้อมปราการเมืองแฮมมาเมต (ชมทัศนียภาพภายนอก)  และความงดงามของชายหาด จากนั้นออกเดินทางสู่เมืองตูนิส (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1-2 ช.ม.) ระหว่างทางแวะชม เมืองนาเบิล (NABEUL) เมืองแห่งเครื่องปั้นดินเผา เมืองนี้โดดเด่นเรื่องหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาและเซรามิค ไม่ว่าจะเป็นจาน ชาม แก้ว ที่เขียนลวดลาย สไตล์ตูนิเซียได้อย่างสวยงาม ซึ่งมีวิธีทำแบบแฮนด์เมดทุกขั้นตอน ตั้งแต่ปั้นขึ้นรูป แกะลายเซาะร่องจนถึงลงสี มีทุกขนาด ตั้งแต่ชามใบเล็กจิ๋วไปจนถึงแจกันสูงเท่าคน นำท่านชมการทำเซรามิคในตำรับชาวตูนิส อิสระให้ท่านเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย ไม่ว่าจะเป็นของที่ระลึกที่ทำจากเซรามิก หรือผลไม้ท้องถิ่นที่มีขายโดยทั่วไป โดยเฉพาะส้ม เมืองนาเบิลแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีการปลูกส้มจำนวนมากและในช่วงเมษายนของทุกปีจะมีการจัดเทศกาลส้มที่เมืองนี้ สมควรแก่เวลาทำท่านเดินทางสู่สนามบินเพื่อเดินทางกลับ กรุงเทพมหานคร
14.45 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงโดฮา” โดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR-1400  
22.30 น. เดินทางมาถึงสนามบินกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง
วันที่แปด โดฮา-กรุงเทพฯ
01.10 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯ” โดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR-828  
12.05 น. เดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิ์ภาพ  
     
กำหนดวันเดินทาง:- ตุลาคม (17-24 ต.ค.57), ธันวาคม( 27 ธ.ค.-03 ม.ค.58)
  ผู้ใหญ่พักห้องคู่ (ห้องละ 2 ท่าน) ท่านละ   59,900.-
  ในกรณีที่ท่านเดินทางคนเดียว ห้องพักเดี่ยวเพิ่มท่านละ  4,900.-
     
ค่าทัวร์รวม : 
 
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นประหยัด โดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ (กระเป๋าเดินทางน้ำหนักไม่เกิน 20 กก./ท่าน)
  • ค่าภาษีสนามบิน ค่าภาษีน้ำมัน และค่าประกันภัยทางอากาศ
  • ค่าที่พักโรงแรมระดับมาตรฐาน ตลอดการเดินทาง (พักห้องละ 2 ท่าน)
  • ค่าอาหารตามโปรแกรมที่ระบุ
  • ค่าพาหนะ รถรับ-ส่ง ตลอดการเดินทาง
  • ค่าเข้าชมสถานที่, ค่าวีซ่าตูนิเซีย
  • ค่าทิปพนักงานยกกระเป๋าในโรงแรม
  • ค่าบริการนำทัวร์ และคอยดูแลอำนวยความสะดวกให้กับท่านตลอดการเดินทาง 1 ท่าน
  • ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทาง วงเงิน 1,000,000 บาท
 
ค่าทัวร์ไม่รวม :
 
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ พนักงานบริการฯ ประมาณ 30 ดอลลาร์/ท่าน ตลอดการเดินทาง 
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
  • ค่าขี่อูฐ
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
 
การจองทัวร์ (กรุณาจองทัวร์อย่างน้อย 1 เดือน ก่อนจะเดินทาง) :
 
  • หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 25,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
  • กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 20 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข
หมายเหตุ :
 
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
  • รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ  ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้ ไม่ว่าจำนวนทั้งหมด หรือ บางส่วน
  • รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทย งดออกเอกสารเข้าเมืองให้กับชาวต่างชาติ หรือ คนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทย
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทางในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 15 ท่าน
  • การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย