Search for Air Tickets
Leaving From
Going To
Search By Airline
Holiday Package Details
Mahaparinirvan Express Train Tour 2014-2015
Country:
India
City:
Gaya
Duration:
8 Day(s) - 7 Night(s)
Tour Category:
Train Tour
Price Per Person

THB 81,900
 
Package Itinerary
 
นั่งรถไฟขบวนพิเศษ มหาปรินิพพาน เอ็กซ์เพรส สู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์
 
เยือนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ พุทธสังเวชนียสถาน 4 แห่ง
 

 

รายละเอียดการเดินทาง

 

 
วันแรก กรุงเทพ  - เดลลี – คยา เสาร์
05.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบินไทยโดยมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกเรื่องการบริการ Check-in เพื่อให้ท่านได้รับความรวดเร็วในการเดินทางสู่ดินแดนพุทธภูมิ พร้อมรับอภิสิทธิ์พิเศษในการเข้าใช้บริการห้องพักรับรองพิเศษในสนามบินสุวรรณภูมิระหว่างรอขึ้นเครื่อง
หมายเหตุ ทางบริษัทได้จัดเตรียมการเดินทางของคณะทัวร์ 15 วันก่อนการเดินทาง โดยซื้อตั๋วเครื่องบิน, เช่ารถโค้ช, จองโรงแรมที่พัก, ร้านอาหาร ตลอดจนสถานที่เข้าชมต่าง ๆ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมให้กับกรุ๊ปทัวร์ ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์อันสุดวิสัยอาทิ การยกเลิกเที่ยวบิน, การล่าช้าของสายการบิน,  การพลาดเที่ยวบิน (ขึ้นเครื่องไม่ทัน), การนัดหยุดงาน, การก่อการจลาจล, ภัยธรรมชาติ รวมถึงการถูกปฏิเสธการเข้าเมือง อันเป็นผลทำให้การเดินทางล่าช้า หรือ ไม่สามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางได้ตามโปรแกรม หัวหน้าทัวร์ มีสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนโปรแกรม และไม่สามารถคืนเงินค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ท่านได้ชำระมาแล้ว เพราะทางบริษัท ฯ ได้มีการตกลงชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไว้ล่วงหน้าแล้ว และหากมีค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากในรายการทัวร์ หัวหน้าทัวร์จะแจ้งให้ท่านทราบ เพราะเป็นสิ่งที่ทางบริษัท ฯ มิอาจรับผิดชอบได้
07.10 น.
ออกเดินทางสู่กรุงเดลลี ประเทศอินเดีย โดยเที่ยวบินที่ TG323
 
10.40 น.
คณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธีประเทศอินเดีย  
หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว นำคณะทำการแลกเงิน นำท่านเดินทางสู่ภัตตาคารเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน 
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร Local
 
หลังจากรับประทานอาหารกลางวัน สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สถานีรถไฟ เพื่อขึ้นรถไฟขบวนพิเศษปรับอากาศชั้นหนึ่ง มหาปรินิพพาน เอ็กซ์เพรส ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยรัฐบาลอินเดีย สู่ เมืองคยา
 
ค่ำ รับประทานอาหารเย็นบนรถไฟ  
  พักค้างคืนบนรถไฟขบวนพิเศษ มหาปรินิพพาน เอ็กซ์เพรส Onboard
วันที่สอง คยา – พุทธคยา อาทิตย์
05.30 น. ขบวนรถไฟถึงเมืองคยา รัฐพิหาร  
เช้า รับประทานอาหารเช้าบนรถไฟ Onboard
 
คณะเดินทางถึงเมืองคยา เข้าสู่โรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางสู่ตำบล พุทธคยา เป็นอำเภอหนึ่งที่ขึ้นอยู่กับจังหวัด คยา เดิมชื่ออุรุเวลาเสนานิคม เข้าสู่ภายในปริมณฑล ต้นพระศรีมหาโพธิ์พุทธคยา และ พระมหาเจดีย์พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณของพระผู้มีพระภาคเจ้า กราบสักการะองค์หลวงพ่อ พระพุทธเมตตา พระพุทธปฏิมากรปางชนะมารอายุ  1,400 ปีเศษ ที่รอดพ้นจากการถูกทำลายจากน้ำมือกษัตริย์ฮินดูอย่างปาฏิหาริย์ประดิษฐานภายในมหาเจดีย์พุทธคยา ด้วยพระพักตร์ที่แสดงออกด้วยเมตตากรุณาอันเปี่ยมล้นชาวพุทธทั่วโลกจึงต่างพากันเบียดเสียดเพื่อเข้าไปกราบไหว้บูชา สักการะโพธิบัลลังก์ พระแท่นวัชรอาสน์ ภายใต้ร่มพระศรีมหาโพธิ์อันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในดินแดนถิ่นพุทธภูมิ และนมัสการสัตตมหาสถาน ที่สำคัญอันอยู่ใกล้เคียง ได้แก่ อนิมิสสะเจดีย์ รัตนฆรเจดีย์ รัตนจงกรมเจดีย์ เป็นต้นชม บ้านนางสุชาดา ธิดากุฎมพี แห่งตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ผู้ถวายข้าวมธุปายาส อันประณีตแด่พระมหาบุรุษก่อนการตรัสรู้อยู่ห่างจากฝั่งแม่น้ำเนรัญชราประมาณ 200 เมตร ปัจจุบันเป็นโบราณสถานซากสถูปขนาดใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ชม แม่น้ำเนรัญชรา สายน้ำที่พระพุทธองค์ทรงอธิษฐานจิตลอยถาดทองคำที่นางสุชาดาถวายพร้อมข้าวมธุปายาสก่อนวันที่จะตรัสรู้หนึ่งวันเที่ยวชมวัดพุทธนานาชาติ อาทิ วัดไทยพุทธคยา วัดญี่ปุ่น สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่เมืองคยา

ค่ำ รับประทานอาหารเย็น ณ. ภัตตาคารในโรงแรม  พักผ่อนตามอัธยาศัย Dinner
วันที่สาม พุทธคยา – ราชคฤห์ – พุทธคยา –พาราณสี จันทร์
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม Indian Buffet
 
จากนั้นออกเดินทางไปที่เมืองราชคฤห์ (ระยะทางจากพุทธคยาประมาณ85 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) ถึงเมืองราชคฤห์ เมืองที่เคยยิ่งใหญ่ เป็นเมืองหลวงของแคว้นมคธในสมัยพุทธกาลพระพุทธศาสนาได้ประดิษฐานตั้งมั่นที่นี้มาโดยตลอดเพราะการอุปถัมภ์   บำรุงของพระราชาผู้ทรงธรรมของเมืองราชคฤห์จึงเต็ม-ไปด้วยโบราณสถานต่างๆ มากมาย   
ชม เขาคิชฌกูฏคือหนึ่งในเบญจคีรีหรือภูเขา 5 ลูกได้แก่เวภาระ เวปุละคิชฌกูฏ อิศิคิลิ และ ปัณฑวะ เขาคิชฌกูฏมีลักษณะเหมือนนกแร้งหรือเป็นที่เกาะอาศัยของฝูงแร้งที่มาคอยกินซากศพโจรที่ถูกประหารและทิ้งลงเหวในบริเวณโดยรอบเขาคิชฌกูฏนั้นนับว่าเป็นที่สัปปายะของเหล่าพระอริยสาวกในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนากล่าวว่าเป็นที่จำพรรษาของพระอรหันต์หลายองค์เช่น พระสารีบุตร พระอานนท์ พระมหากัสสปะ พระอนุรุทธะ พระปุณณมันตานีบุตรและพระอุบาลี เป็นต้น 
(การขึ้นเขาคิชกูฏ ซึ่งเป็นการเดินขึ้นที่สูง ลาดชันพอประมาณ ระยะทางโดยรวมประมาณ 750 เมตร ทุกท่านจะต้องเดินขึ้น รถยนต์ไม่สามารถขึ้นไปถึงได้ ผู้ที่แข็งแรงสามารถเดินขึ้นได้ ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีก็ถึง สำหรับท่านที่คิดว่าเดินไม่ไหว ก็สามารถขึ้นได้โดยวิธีการนั่งเสลี่ยง คนหามขึ้น-ลงได้ สามารถแจ้งหัวหน้าทัวร์และมัคคุเทศก์ได้ก่อน เพื่อติดต่อแขกให้เตรียมคานหามไปรอที่เชิงเขา) ชม วัดชีวกัมพวัน เป็นสถานที่ที่หมอชีวกโกมารภัจจ์นายแพทย์ประจำราชสำนักผู้จบการศึกษาจากเมืองตักศิลา มีศรัทธาถวายป่ามะม่วงให้เป็นพระอารามหลวงหรือที่เรียกว่าชีวการาม เป็นโรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกในพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่หมอชีวกได้เคยถวายการรักษาพระพุทธองค์เมื่อครั้งที่ถูกสะเก็ดหินที่พระเทวทัตลอบปลงพระชนม์ ปัจจุบันอยู่บริเวณก่อนจะถึงทางขึ้นเขาคิชฌกูฏ

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม Indian Buffet
บ่าย
นำท่านชม ตะโปทาราม สถานที่อันเป็นต้นบัญญัติสิกขาบทให้พระภิกษุสรงน้ำได้ 15 วันต่อครั้งปัจจุบัน  เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่บำเพ็ญบุญของชาวฮินดูอาบน้ำชำระร่างกายเพื่อสิริมงคล ข้างบนจะมีช่องอาบน้ำตามฐานะแห่งวรรณะของตนในแต่ละวันจะมีชาวฮินดูมาอาบน้ำเป็นจำนวนมากเพราะเชื่อกันว่าจะสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้หายได้ 
เดินทางต่อสู่นาลันทา ซึ่งอยู่ห่างจากราชคฤห์ 16 กิโลเมตร เป็นบ้านเกิดของอัครสาวกซ้าย-ขวา พระโมคคัลลานะ-พระสารีบุตร นาลันทาเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของพุทธศาสนาเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ที่เคยรุ่งเรืองที่สุดในโลก มีนักศึกษาที่เป็นพระภิกษุจำนวนหมื่น และมีครูอาจารย์สอนถึง1,400 ท่าน ซึ่งได้ถูกทำลายโดยชาวมุสลิม และได้ฆ่าคณาจารย์และพระนักศึกษาจนหมดสิ้น แถมยังเผาอาคารทั้งหมด ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพังสะท้อนความยิ่งใหญ่ในอดีตพระเจ้า    อโศกมหาราชได้สร้างไว้เพื่อเป็นที่ศึกษาธรรมและเป็นอนุสรณ์สำหรับอัครสาวกทั้งสองท่าน ปัจจุบันเรียสถานที่แห่งนี้คือหมู่บ้านสารีจักร ทางรัฐบาลได้ทำการขุดค้นในเนื้อที่ 231 ไร่ ในอดีตมหาวิทยาลัยแห่งนี้ประกอบด้วยห้องเรียน ห้องสมุด หอพักนักศึกษา หอสวดมนต์ โรงครัว ยุ้งฉาง บ่อน้ำขนาดใหญ่  ชม วัดเวฬุวันวิหาร เป็นวัดที่พระเจ้าพิมพิสารได้ทรงถวายสวนเวฬุวันให้เป็นพระอารามหลวงแห่งแรกในพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ทรงประทับจำพรรษาที่แห่งนี้รวมแล้ว 6 พรรษาเป็นที่ทรงตั้งอัครสาวกคือพระโมคคัลลานะและพระสารีบุตร และเป็นสถานที่ที่พระอรหันต์1,250 รูป มาชุมนุมกันโดยมิได้นัดหมายในวันจาตุรงคสันนิบาตมาฆบูชาและพระพุทธองค์ได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์แก่ภิกษุเหล่านั้น หลังจากนั้นเดินทางกลับพุทธคยา ระยะทาง 90 กม. ( เดินทาง 3 ชม.)
ค่ำ 
เดินทางสู่สถานีรถไฟเมืองคยา และรับประทานอาหารเย็นบนรถไฟ
 
23.00 น
ออกเดินทางโดยรถไฟจากสถานีเมืองคยา สู่เมืองพาราณสี พักผ่อนบนรถไฟตามอัธยาศัย
On board
วันที่สี่ พาราณสี – โครักปูร์   อังคาร
06.00 น.
ขบวนรถไฟถึงเมืองพาราณสี นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมโดยรถปรับอากาศ
 
07.30 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม  Indian Buffet
 
เดินทางสู่สารนาถ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของกรุงพาราณาสี เดิมเรียกว่า ป่าอิสิปตมฤคทายวัน ที่ได้ชื่อว่าสารนาถ มาจากชาดกในพระชาติของพระพุทธเจ้าที่มาเกิดเป็นที่พึ่งของกวางคำว่าสารนาถ มาจากคำว่า สารังคนาถ แปลว่า ป่าแห่งผู้เป็นที่พึ่งของกวาง  มีการกล่าว กันไว้ว่าหลังจากทรงตรัสรู้ พระพุทธเจ้าได้เสด็จเดินด้วยพระบาทจากตำบลพุทธคยา มาสู่ป่าอิสิปตมฤคทายวัน เพื่อโปรดปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 เพื่อ  ชม เจาคันธีสถูป พระเจ้าอโศกมหาราชโปรดให้สร้าง  ขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 240 แล้วได้มีการบูรณะในสมัยต่อมา สถูปนี้มีความสำคัญคือเป็นจุดที่พระพุทธเจ้าได้พบกับปัญจวัคคีย์ทั้ง 5  เป็นครั้งแรก ก่อนที่พระองค์จะได้แสดงปฐมเทศนาชื่อว่า ธรรมจักกัปปวัตนสูตร ยังผลให้พระอัญญาโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรมและขออุปสมบทเป็น พระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา ทำให้พระรัตนตรัยสมบูรณ์คือมี พระพุทธ  พระธรรม  แล  พระสงฆ์ ชม ธัมเมกขสถูป นี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยแห่งพระเจ้าอโศกมหาราช เป็นสถูปลักษณะทรงกลมบาตรคว่ำ  ต่อมาได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์และต่อเติมเรื่อยมา  โดยได้มีการสร้างช่อง 8 ช่องรอบองค์พระเจดีย์เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป พร้อมทั้งได้มีการแกะสลักหินลวดลายประดับ สวยงาม เป็นที่ๆพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเป็นครั้งแรก เพื่อโปรดปัญจวัคคีย์ ซึ่งธรรมบทนั้นคือ ธรรมจักกัปวัตนสูตร  หลังจากนั้น เมืองสารนาถได้ถึงถูกทำลาย เมื่อกษัตริย์โมกุลนำกองทัพอิสลามเข้ารุกรานอินเดีย พุทธสถานทั้งหลายก็ได้ถูกทำลายลงใน คราวนั้นอย่างมากมาย สารนาถในปัจจุบัน ได้รับการบูรณะโดยการนำของท่านธรรมปาละ ภิกษุชาวลังกาจนมี
สภาพที่เห็นใน ปัจจุบัน นมัสการ พระคันธกุฏิ เป็นกุฏิหลังแรกที่พระพุทธองค์จำพรรษาเป็นพรรษาแรก หลังจากที่ตรัสรู้อนุตรสัมโพธิญาณ แล้วชม สังฆารามกุฎิสงฆ์กว่า 1,000 หลัง

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่โรงแรม Indian Local
บ่าย
นำท่านล่องเรือชม แม่น้ำคงคา แม่น้ำอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู ชมการอาบน้ำล้างบาป บูชาพระอาทิตย์ ชมการเผาศพริมฝั่งแม่น้ำคงคาที่กว่า 4,000 ปี ไฟไม่เคยดับ เพราะมีการเผาศพอยู่ตลอดเวลาตามความเชื่อที่ว่าที่นี่เป็นท่าของพระศิวะหากนำศพมาเผาและเอากระดูกเถ้าถ่านโปรยลงที่ท่าน้ำนี้จะได้ไปสวรรค์ทำพิธีลอยกระทงดอกไม้และเทียนบูชาพระแม่คงคาและชมพระอาทิตย์ตกดิน ริมฝั่งคงคามหานทีซึ่งเรียกได้ว่างดงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
19.00 น. ออกเดินทางไปยังสถานีรถไฟ เพื่อเดินทางสู่เมืองโครักปูร์  
  รับประทานอาหารเย็น พักผ่อนตามอัธยาศัยบนรถไฟมหาปรินิพพาน เอ็กซ์เพรส On board
วันที่ห้า โครักปูร์ – กุสินารา พุธ
06.00 น.
ขบวนรถไฟถึงเมืองโครักปูร์  นำท่านเดินทางสู่เมืองกุสินารา โดยรถปรับอากาศ
 
07.30 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม /  จากนั้นพักผ่อนตามอัธยาศัย Indian Buffet  
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันทีโรงแรม  
  จากนั้นนำท่านชม สาลวโนทยาน สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน บูชาสักการะ พระพุทธรูปปางอนุฏฐิตไสยาสน์ ซึ่งประดิษฐานอยู่ในมหาปรินิพพานวิหารและเจริญพระพุทธมนต์เจริญจิตตะภาวนา ปิดทองที่ฝ่าพระบาท ถวายผ้าห่มพระประธาน จุดธูปเทียน ปทักษิณรอบปรินิพพานวิหาร แล้วชมสถานที่พระอานนท์ เกาะสลักเพชรร้องไห้ ซากปรักหักพังของกุฎิ เจดีย์ ชมต้นสาละอันเป็นต้นไม้ที่พระพุทธองค์ได้เสด็จดับขันธ์ นมัสการ มกุฎพันธนเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิง พระสรีระของพระพุทธเจ้าปัจจุบันเป็นซากเจดีย์ทรงกลมขนาดใหญ่ สร้างขึ้นมาหลังการถวายพระเพลิงชาวบ้านเรียกว่ารามภาร 
ค่ำ รับประทานอาหารเย็นนำท่านเข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย Dinner
วันที่หก กุสินารา – ลุมพินี (ประเทศเนปาล) – โครักปูร์ พฤหัสบดี
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม Indian Buffet
 
นำท่านเดินทางโดยรถปรับอากาศสู่ลุมพินี ระยะทางประมาณ 4 ชั่วโมง
 
  ** ( โปรดเตรียมหนังสือเดินทางไว้กับตัวเพื่อประทับตราออกจากประเทศอินเดีย เข้าสู่ประเทศ เนปาล )**  
  เดินทางถึงชายแดน อินเดีย-เนปาล ประทับตราหนังสือเดินทาง  
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่โรงแรมในลุมพินี Indian Buffet
13.00 น.
นำท่านนมัสการสังเวชนียสถาน แห่งที่ 3 “ชาตสถาน” สถานที่ประสูติของพระพุทธองค์ สวนลุมพินีวัน ในอดีตเป็นอุทยาน ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่าง กรุงกบิลพัสตุ์ และกรุงเทวหะ พระพุทธมารดา พระนางสิริมหามายา ซึ่งประทับอยู่กรุงกบิลพัสตุ์ขณะที่ทรงพระครรภ์แก่ ได้เสด็จประพาสสวนพร้อมด้วยข้าราชบริพาร ระหว่างทางเกิดประชวรจะมีพระประสูติกาล ราชบริพารจึงจัดที่ประสูติถวายภายใต้ต้นสาละ ประสูติพระโอรส คือ สิทธัตถกุมาร ณ สถานที่นี้  ปัจจุบันมีเสาหินของพระเจ้าอโศก ปรากฏอยู่ ยังมีข้อความภาษาพราหมีจารึกไว้อย่างสมบูรณ์เขียนว่าเป็นสถานที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
  ชม มหามายาเทวีวิหาร ภายในมีศิลาสลักภาพพุทธประวัติปางประสูติเป็นรูปพุทธมารดาอยู่ในพระอิริยาบถยืนพระหัตถ์ขวาเหนี่ยวกิ่งไม้สาละมีรูปเจ้าชายสิทธัตถะออกมาทางปัสสะขวาของพระพุทธมารดา ด้านหน้ามหามายาเทวีวิหาร มีสระโบกขรณี ซึ่งเป็นที่สรงสนานของพระนางสิริมหามายาเทวีก่อนจะให้ประสูติกาลพระกุมารและหลังการประสูติ /  หลังจากนั้นนำท่านเดินทางกลับผ่านด่านชายแดนอินเดีย – เนปาลอีกครั้งหนึ่ง  
16.00 น. ออกเดินทางไปยังสถานีรถไฟเมืองโครักปูร์  
20.00 น. เดินทางถึงสถานีรถไฟเมืองโครักปูร์  
20.30 น. รับประทานอาหารเย็นบนรถไฟ On board
23.30 น.
รถไฟออกจากสถานีเมืองโครักปูร์  สู่เมืองกอนด้า พักผ่อนบนรถไฟตามอัธยาศัย  
 
วันที่เจ็ด กอนดา – สาวัตถี – กอนดา –อัครา ศุกร์
05.30 น.
ขบวนรถไฟถึงเมืองกอนด้า นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมโดยรถปรับอากาศ
 
07.30 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม Indian Buffet
 
เดินทางถึงเมืองสาวัตถี หรือ ศราวัสตี สมัยพุทธกาลเป็นเมืองหลวงของแคว้นโกศลมีพระเจ้าปเสนทิโกศลเป็นกษัตริย์ครองเมือง  พระพุทธองค์ทรงประทับบำเพ็ญพุทธกิจในเมืองนี้นานถึง25 พรรษาได้ทรงแสดงพระสูตรพระวินัย และชาดกที่สำคัญๆ เช่น เรื่องนางจิญจมาณวิกา,นันทมาณพ,โจรองคุลีมาล,ปฏาจารา,การเกิดขึ้นแห่งยักษิณี,พระเทวทัตถูกแผ่นดินสูบ,มงคลสูตร,กรณียเมตยสูตรเป็นต้น  ชม วัดเชตวันวิหาร ที่ซึ่งพระพุทธองค์ประทับจำพรรษา นานถึง 19 พรรษา เป็นศูนย์กลางเผยแพร่พระพุทธศาสนาที่สำคัญที่สุด นมัสการพระคันธกุฎี ฤดูร้อน ฤดูหนาว ชมธรรมศาลาที่ใหญ่ที่สุด ธรรมสภา กุฏิพระอรหันต์เช่น พระโมคคัลลา พระสารีบุตร พระสิวลี พระอานนท์ พระราหุล พระองคุลีมาล พระกัสสปะ และอารามฝ่ายพระภิกษุที่เคยจำพรรษาในครั้งพุทธกาล 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันในโรงแรม Indian Buffet
 
ชม บ้านท่านองคุลีมาลและอนาถบิณฑิกะเศรษฐี อยู่ในบริเวณพระราชวังของพระเจ้าปเสนทิโกศล เลยพระวิหารเชตวันไปประมาณสามกิโลเมตรปัจจุบันยังมีเขตเมืองสาวัตถีให้เห็นเป็นกำแพงล้อมรอบเมืองและภายในเมืองก็จะมีอาคารสิ่งปลูกสร้างในอดีตที่ถูกฝังไว้ใต้ดินเป็นจำนวนมากปัจจุบันทางรัฐบาลอินเดียได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นสมบัติของทางการและกำลังทำการขุดค้นเพื่อหาหลักฐานทางด้านประวัติศาสตร์
วันที่แปด อัครา – เดลลี เสาร์
05.30 น.
ขบวนรถไฟถึงเมืองอัครา  นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมโดยรถปรับอากาศ
 
08.00 น. รับประทานอาหารเช้าบนรถไฟ Buffet
09.00 น.
นำท่านชม ทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานแห่งความรักอันยิ่งใหญ่ของ
มหาราชาชาห์จาฮันที่มีต่อนางอันเป็นที่รักยิ่งมหารานีมุมตัส มาฮาล ตัวทัชมา ฮาลสร้าง จากหินอ่อนสีขาวแสดงถึงความรักที่บริสุทธิ์นิรันดร์ตลอดกาลและหิน ทรายสีแดงแสดงถึงความรักที่มั่นคงต่อพระนางเพียงผู้เดียว ตัวทัชมาฮาลประดับประดาด้วยรัตนชาตินานาชนิด ใช้เวลาในการสร้างถึง 22 ปี ชมวิวแม่น้ำยมุนาที่ไหลผ่านด้านหลังได้เวลาพอสมควร นำท่านออกเดินทางสู่เมืองเดลลี โดยรถไฟมหาปรินิพพาน เอ็กซ์เพรส
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันบนรถไฟรถไฟมหาปรินิพพาน เอ็กซ์เพรส Onboard
ค่ำ ถึงสถานีรถไฟซัฟดาจังเมืองเดลลี นำท่านรับประัทานอาหาร ณ. ภัตตาคารในกรุงเดลลี ได้เวลาพอสมควรนำท่านสู่สนามบิน  
23.30 น. ออกเดินทางจากเดลลี โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG316  
วันที่เก้า เดลลี – กรงเทพมหานคร อาทิตย์
05.25 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพและประทับใจ  
     
กำหนดการเดินทาง
08 - 16 พฤษจิกายน 2557 22 - 30 พฤษจิกายน 2557 06 -14 ธันวาคม 2557 03 – 11 มกราคม 2558
17- 25 มกราคม 2558 14 – 22 กุมภาพันธ์ 2558 14 – 22 มีนาคม 2558  
     
ค่าทัวร์ต่อท่าน
  ผู้ใหญ่พักห้องคู่ (บนรถไฟห้องละ 4 ท่าน-เตียงบน) ท่านละ 79,900
  ผู้ใหญ่พักห้องคู่ (บนรถไฟห้องละ 4 ท่าน-เตียงล่าง) ท่านละ 81,900
  ผู้ใหญ่พักห้องคู่ (บนรถไฟห้องละ 2 ท่าน-เตียงบน/ล่าง) ท่านละ 87,490
ค่าทัวร์รวม
 
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นทัศนาจรของสารการบินไทย รวมค่าภาษี และส่วนเพิ่มของน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 8 กันยายน 2557
  • มหาปรินิพานเอ็กเำพรสชั้นหนึ่ง(ห้องละ 2 ท่าน หรือ 4 ท่าน) ตลอดเส้นทางแสวงบุญ
  • ค่าพาหนะท่องเที่ยวตามโปรแกรมที่ระบุ
  • ค่าเข้าชม
  • โรงแรมที่พักตามระบุในรายการ หรือ เทียบเท่าในระดับเดียวกัน (ห้องละ 2 ท่าน) 
  • ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ คัดสรรเมนูและให้ท่านได้เลิศรสกับอาหารท้องถิ่น
  • ค่าบริการนำทัวร์โดยหัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยว และคอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง 1 ท่าน
ค่าทัวร์ไม่รวม
 
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าอินเดีย และ วีซ่าเนปาล
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %
  • ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
  • ค่าทิป
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ
การจองทัวร์
  กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 25,000 บาทต่อผู้เดินทางหนึ่งท่าน ภายใน 3 วันนับจากวันที่จองซึ่งเงินมัดจำดังกล่าวจะเป็นการยืนยันการจองของท่าน และกรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้าและ 21 วันก่อนการเดินทางในช่วงเทศกาล
หมายเหตุ
 
  • บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
  • บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากสายการบิน ภัยธรรมชาติ ปฏิวัติและอื่นๆที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรงหรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย, การถูกทำร้าย, การสูญหาย, ความล่าช้า หรือจากอุบัติเหตุต่างๆ
  • หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้วไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศ อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือเอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
  • รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
  • ราคานี้คิดตามราคาตั๋วเครื่องบินในปัจจุบัน หากราคาตั๋วเครื่องบินปรับสูงขึ้น บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะปรับราคาตั๋วเครื่องบินตามสถานการณ์ดังกล่าว
  • กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจากสายการบินบริษัทฯขนส่ง หรือ หน่วยงานที่ให้บริการ บริษัทฯจะดำเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่นทดแทนให้ แต่จะไม่คืนเงินให้สำหรับค่าบริการนั้นๆ
  • มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัทฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัทฯ นอกจากมีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทฯ กำกับเท่านั้น
  • หากไม่สามารถไปเที่ยวในสถานที่ที่ระบุในโปรแกรมได้ อันเนื่องมาจากธรรมชาติ ความล่าช้า และความผิดพลาดจากทางสายการบิน จะไม่มีการคืนเงินใดๆทั้งสิ้น แต่ทั้งนี้ทางบริษัทฯจะจัดหารายการเที่ยวสถานที่อื่นๆมาให้ โดยขอสงวนสิทธิ์การจัดหานี้โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า 
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการ และเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น